เรื่องราวของบูดูเฮง | ส่งต่อคุณค่า จากรุ่นสู่รุ่น..

ก่อนที่จะมาเป็นน้ำบูดู แบรนด์ “เฮง” ต้นกำเนิดนั้นเกิดจากที่บ้านและครอบครัว ในตำบลปะเสยะวอ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ทำน้ำบูดูมาก่อนอยู่แล้ว ตั้งแต่รุ่นทวดที่ถือเป็นรุ่นแรก แล้วก็มารุ่นคุณตา ที่เป็นรุ่นที่ 2 และหลังจากคุณตาเสียชีวิตลง ก็เป็นทางคุณพ่อ ที่เข้ามาสานต่อธุรกิจน้ำบูดูเป็นรุ่นที่ 3   โดยในรุ่นทวดนั้นได้มีการเก็บรวบรวมปลาจากชาวบ้านในหมู่บ้านแล้วก็นำมาหมักใส่โอ่งแล้วนำมาขายให้ชาวบ้านในหมู่บ้าน  จนมาถึงรุ่นคุณตาก็ออกไปขายตามตลาดนัดในอำเภอและในจังหวัดใกล้เคียง โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดภาคใต้ คือ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส  โดยในสมัยรุ่นทวดและรุ่นตา น้ำบูดูนั้นจะยังไม่มียี่ห้อและยังไม่มีการบรรจุขวดขาย คือ จะแบ่งขายโดยการบรรจุใส่ถุงพลาสติกเป็นครึ่งลิตรหรือหนึ่งลิตรไปแบ่งขายตามตลาดนัดต่างๆ พอมาถึงรุ่นคุณพ่อ หรือ รุ่นที่ 3 นั้นก็ได้นำมาบรรจุใส่ขวดแก้ว ขวดพลาสติก ใช้ยี่ห้อแบรนด์เป็น “บูดูเฮง” แล้วไปวางขายตามร้านค้าต่างๆ ในภาคใต้ ส่วนชื่อแบรนด์นั้นได้ตั้งตามชื่อของคุณพ่อเอง ที่ชื่อว่า เฮง  ซึ่งแบรนด์บูดูเฮง มีมานานมากกว่า 25 ปี และได้ใช้ชื่อนี้มาตลอดตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นโดยที่คุณพ่อเป็นรุ่นที่ 3 และตอนนี้ก็กำลังก้าวเข้าสู่รุ่นที่ 4 ในส่วนต่อไปของบูดูเฮงก็จะพัฒนาน้ำบูดู และแบรนด์ “เฮง” ให้คนทั่วไปได้รู้จักมากขึ้นทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
น้ำบูดูสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น ส้มตำบูดู, ต้มยำน้ำข้น, แกงส้ม, แกงไตปลา, หลน, ยำขนมจีน, ยำวุ้นเส้น, ข้าวผัดบูดู, บูดูทรงเครื่อง, ข้าวยำปักษ์ใต้, หมักไก่ เนื้อ และน้ำพริกต่างๆ ที่คุณชื่นชอบ ทำให้รสชาติอาหารอร่อย เข้มข้นมากขึ้น น้ำบูดูนั้นให้ความเค็มแทนน้ำปลา
โดยก่อนปรุงอาหารควรเขย่าขวดก่อนเปิดฝาทุกครั้ง เพื่อให้ตะกอนภายในขวดผสมกัน จะทำให้รสชาติของน้ำบูดู อร่อย ทั่วถึงกันทุกๆ หยด

เรื่องราวของบูดูเฮง
ส่งต่อคุณค่า จากรุ่นสู่รุ่น..

ก่อนที่จะมาเป็นน้ำบูดู แบรนด์ “เฮง” ต้นกำเนิดนั้นเกิดจากที่บ้านและครอบครัว ในตำบลปะเสยะวอ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ทำน้ำบูดูมาก่อนอยู่แล้ว ตั้งแต่รุ่นทวดที่ถือเป็นรุ่นแรก แล้วก็มารุ่นคุณตา ที่เป็นรุ่นที่ 2 และหลังจากคุณตาเสียชีวิตลง ก็เป็นทางคุณพ่อ ที่เข้ามาสานต่อธุรกิจน้ำบูดูเป็นรุ่นที่ 3
โดยในรุ่นทวดนั้นได้มีการเก็บรวบรวมปลาจากชาวบ้านในหมู่บ้านแล้วก็นำมาหมักใส่โอ่งแล้วนำมาขายให้ชาวบ้านในหมู่บ้าน

จนมาถึงรุ่นคุณตาก็ออกไปขายตามตลาดนัดในอำเภอและในจังหวัดใกล้เคียง โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดภาคใต้ คือ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส

โดยในสมัยรุ่นทวดและรุ่นตา น้ำบูดูนั้นจะยังไม่มียี่ห้อและยังไม่มีการบรรจุขวดขาย คือ จะแบ่งขายโดยการบรรจุใส่ถุงพลาสติกเป็นครึ่งลิตรหรือหนึ่งลิตรไปแบ่งขายตามตลาดนัดต่างๆ

พอมาถึงรุ่นคุณพ่อ หรือ รุ่นที่ 3 นั้นก็ได้นำมาบรรจุใส่ขวดแก้ว ขวดพลาสติก ใช้ยี่ห้อแบรนด์เป็น “บูดูเฮง” แล้วไปวางขายตามร้านค้าต่างๆ ในภาคใต้ ส่วนชื่อแบรนด์นั้นได้ตั้งตามชื่อของคุณพ่อเอง ที่ชื่อว่า เฮง
ซึ่งแบรนด์บูดูเฮง มีมานานมากกว่า 25 ปี และได้ใช้ชื่อนี้มาตลอดตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน

ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นโดยที่คุณพ่อเป็นรุ่นที่ 3 และตอนนี้ก็กำลังก้าวเข้าสู่รุ่นที่ 4
ในส่วนต่อไปของบูดูเฮงก็จะพัฒนาน้ำบูดู และแบรนด์ “เฮง” ให้คนทั่วไปได้รู้จักมากขึ้นทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

น้ำบูดูสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น ส้มตำบูดู, ต้มยำน้ำข้น, แกงส้ม, แกงไตปลา, หลน, ยำขนมจีน, ยำวุ้นเส้น, ข้าวผัดบูดู, บูดูทรงเครื่อง, ข้าวยำปักษ์ใต้, หมักไก่ เนื้อ และน้ำพริกต่างๆ ที่คุณชื่นชอบ ทำให้รสชาติอาหารอร่อย เข้มข้นมากขึ้น น้ำบูดูนั้นให้ความเค็มแทนน้ำปลา
โดยก่อนปรุงอาหารควรเขย่าขวดก่อนเปิดฝาทุกครั้ง เพื่อให้ตะกอนภายในขวดผสมกัน จะทำให้รสชาติของน้ำบูดู อร่อย ทั่วถึงกันทุกๆ หยด
ผลิตภัณฑ์ของบูดูเฮง เป็น “ต้นตำรับจากอำเภอสายบุรี” จังหวัดปัตตานี
สะอาด หอม อร่อย ไม่ใส่สี ไม่ใส่วัตถุกันเสีย ไม่ใส่ผงชูรส


เครื่องหมาย อย. 19-2-01858-6-0153 / ตรา Halal Signature 71 M240 001 02 64 ผลิตภายใต้มาตรฐาน GMP & HACCP (คุณภาพส่งออก)
ปริมาตรสุทธิ: 350 มล
ผลิตภัณฑ์ของบูดูเฮง เป็น “ต้นตำรับจากอำเภอสายบุรี” จังหวัดปัตตานี
สะอาด หอม อร่อย ไม่ใส่สี ไม่ใส่วัตถุกันเสีย ไม่ใส่ผงชูรส


เครื่องหมาย อย. 19-2-01858-6-0153 / ตรา Halal Signature 71 M240 001 02 64 ผลิตภายใต้มาตรฐาน GMP & HACCP (คุณภาพส่งออก)
ปริมาตรสุทธิ: 350 มล